ครีมกันแดดสำหรับเด็ก จำเป็นกว่าที่คุณคิด

Last updated: Mar 13, 2018  |  3926 จำนวนผู้เข้าชม  |  บทความ

ครีมกันแดดสำหรับเด็ก จำเป็นกว่าที่คุณคิด


การปกป้องผิวหนังจากแสงแดดในวัยเด็กมีความจำเป็น และมีความสำคัญไม่แพ้ผิวหนังผู้ใหญ่ โดย ศ.พญ.ศิริวรรณ วนานุกูล หัวหน้าหน่วยโรคผิวหนังเด็ก ภาควิชากุมารเวชศาสตร์ คณะแพทยศาสตร์ จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย เผยว่า ปกติผิวเด็กนั้นมีความบอบบางและละเอียดอ่
อ นอยู่แล้ว ทั้งนี้พื้นที่ผิวหนังของเด็กต่อน้ำหนักตัวมากกว่าผู้ใหญ่ประมาณ 3 เท่า นั่นหมายความว่าผิวเด็กมีโอกาสที่จะเปิดรับต่อสิ่งเร้าต่าง ๆ ไม่ว่าจะเป็นรังสี UV หรือสารเคมีทุกอย่างที่สัมผัสกับผิวเด็กได้ง่าย จึงเกิดอาการระคายเคืองได้มากกว่าผู้ใหญ่ได้ถึง 3 เท่านั่นเอง

"รังสี UV ชนิด UVA มีความสามารถในการทะลุทะลวงกระจกได้ค่อนข้างมาก ไม่ว่าจะเป็นกระจกหน้าต่างบ้าน หรือกระจกรถ อย่างกระจกรถยนต์นั้น ถ้าเป็นกระจกหน้ารถจะป้องกันรังสี UVA ได้ แต่สำหรับกระจกด้านข้าง และกระจกหลังนั้น ไม่สามารถป้องกันได้ ซึ่งพ่อแม่มักนำเด็กเล็กไว้ในรถบ่อย ๆ ยามที่ออกไปทำธุระนอกบ้าน ซึ่งเด็กก็มีโอกาสได้รับรังสี UV ไม่ต่างกับผู้ใหญ่เลย"

ส่วนเด็กที่โตมากขึ้นหน่อย ชอบวิ่งเล่น หรือเล่นเครื่องเล่นต่าง ๆ ในสนามเด็กเล่น รวมไปถึงเด็กโตในวัยเรียนที่มีกิจกรรมกลางแจ้งมากมาย คุณหมอผิวหนังเด็กท่านนี้ บอกว่า มีโอกาสได้รับรังสี UV จากแสงแดดค่อนข้างมาก และตลอดเวลา ทาง ที่ดี นอกเหนือจากการป้องกันรังสี UV ด้วยการใส่หมวก ใส่เสื้อผ้าที่ปกป้องผิวจากแสงแดด รวมไปถึงการใส่แว่นดำ และหลีกเลี่ยงการเผชิญแสงแดดในช่วงเวลา 10.00-16.00 น. โดยไม่จำเป็นแล้ว การใช้สารปกป้องผิวจากแสงแดดที่ถูกพัฒนา และคิดค้นมาเพื่อผิวเด็กโดยเฉพาะ และใช้เป็นประจำในทุกวันมีความจำเป็นอย่างยิ่ง

ผลิตภัณฑ์ปกป้องผิวแบบไหนเหมาะกับผิวเด็ก

สำหรับการเลือกใช้ผลิตภัณฑ์ใด ๆ ก็ตาม ไม่ว่ากับเด็กผิวแพ้ง่าย หรือเด็กปกติ จำเป็นต้องเลือกใช้อย่างระมัดระวัง ซึ่งผลิตภัณฑ์สำหรับผิวเด็กที่ดี และปลอดภัยนั้น คุณหมอท่านนี้ แนะนำว่า ไม่ควรมีส่วนผสมของน้ำหอม หรือสารสังเคราะห์บางตัวที่จะมีผลต่อการระคายเคือง ซึ่งส่วนใหญ่แล้วจะเน้นเรื่องความปลอดภัยเป็นสิ่งสำคัญ และมีคุณสมบัติที่เหมาะกับผิวเด็กทั่วทั้งตัว คือใช้ได้ตั้งแต่ใบหน้า ไปจนถึงทาได้ทั่วตัว ซึ่งต้องผ่านการทดลอง และการทดสอบในห้องวิจัยมาแล้วอย่างดี

หากคุณพ่อคุณแม่ไม่มั่นใจ หรืออยากทดสอบก่อนว่า ผลิตภัณฑ์ดังกล่าวนั้นมีผลระคายเคืองต่อผิวเด็กหรือไม่ สามารถทดสอบได้ง่าย ๆ โดยการทาบริเวณข้อพับ หรือบริเวณที่เป็นผิวอ่อน ทาแล้วทิ้งไว้ราว 5 นาที หรือมากกว่า แล้วเฝ้าสังเกต หากไม่มีอาการผื่นแดง ก็แสดงว่าไม่มีอาการระคายเคือง แต่โดยส่วนใหญ่แล้วผลิตภัณฑ์สำหรับเด็ก จะไม่ค่อยส่งผลให้เกิดอาการแพ้อยู่แล้ว จึงไม่ต้องกังวลในเรื่องนี้

แต่สิ่งที่น่ากังวลมากกว่า คือ การที่ผิวเด็กไม่ค่อยได้รับการป้องกันอย่างถูกวิธี ซึ่งปฏิเสธไม่ได้ว่าผลิตภัณฑ์เพื่อการปกป้องผิวเด็กในบ้านเรานั้นมีน้อยมาก ในขณะที่ต่างประเทศมีอยู่ค่อนข้างมาก ส่วนหนึ่งอาจเป็นเพราะคนไม่ค่อยนิยมใช้กัน โดยผลการสำรวจในช่วงปีที่ผ่านมา พบว่า เด็กในบ้านเราได้รับการป้องกันผิวจากรังสี UV หรือใช้สารปกป้องผิวทุกวันค่อนข้างน้อยมาก คือราว 7-10% เท่านั้น ซึ่งถือเป็นตัวเลขที่ค่อนข้างต่ำมาก

การปกป้องผิวเด็กจากแสงแดดเป็นสิ่งสำคัญ อย่างไรก็ดี แสงแดดก็มีผลดีต่อสุขภาพเจ้าตัวเล็กเหมือนกัน เช่น ในยามเช้า การพาเจ้าตัวเล็กออกมานั่งชมวิว รับลมรับแดดอ่อน ๆ นอกบ้านบ้างจะช่วยให้ผิวหนังสร้างวิตามินดีไปสร้างกระดูกของลูกให้แข็งแรง มีการไหลเวียนเลือดได้ดี ทำให้ผิวหนังตึงและเปล่งปลั่งขึ้นด้วย แต่ถ้าหากลูกน้อยยังหลับอยู่บนที่นอนในช่วงเวลานี้ แดดร่มลมโชยในตอนเย็นก็สามารถพาลูกไปรับแสงแดดได้เหมือนกันครับ

ในเมื่อทุกบ้านไม่สามารถหลีกหนีแสงแดดได้ เรามาเลือกใช้ และรับมือกับแสงแดดอย่างถูกวิธีกันดีกว่าครับ

ขอขอบคุณข้อมูลจาก http://www.happymomy.com/ และ หนังสือพิมพ์ ASTV ผู้จัดการ โดย ศ.พญ.ศิริวรรณ วนานุกูล